สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานชุมชนสร้างอาชีพ สร้างรายได้เสริมไปพร้อมกับช่วยแก้ปัญหาสำคัญในพื้นที่

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงพลังงาน นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการต้นแบบในพื้นที่ ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว และพื้นที่บ้านแม่ตุงติง อำเภอสะเมิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการในพื้นที่ที่สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการ เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชน สร้างรายได้และอาชีพเสริมโดยเทคโนโลยีพลังงานชุมชน อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาสำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เช่น ปัญหาหมอกควัน และปัญหาภัยแล้ง เป็นต้น

วิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่ง – โรงอัดถ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ บ้านเหล่า ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว ซึ่งชาวบ้านรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่งประมาณ ๑ ปีแล้ว จากการสนับสนุนของสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่แวน ทั้งในแง่ความตระหนักรู้และความเข้ำใจเรื่องปัญหาหมอกควันและไฟป่า และสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานที่ใช้ในการผลิตถ่านอัดแท่งอย่างครบวงจร โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินโครงการพลังงานชีวมวลประชารัฐ ลดหมอกควัน จังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่อำเภอพร้าว เมื่อปี ๒๕๖๐ ภายใต้โครงการพลังงานชุมชนจัดการตนเองด้านพลังงาน งบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เน้นแก้ปัญหาหมอกควันจากการเผาในที่โล่งแจ้งด้วยเทคโนโลยีเตาเผาถ่าน ๒๐๐ ลิตร ชนิดลดควัน ซึ่งเกิดจากการผสมผสานและพัฒนาแบบเตาของ นายโจนจันได แบบของมูลนิธิอุ่นใจ ปราชญ์ชาวบ้าน และแบบของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จนได้แบบที่เหมาะสมในการเผาถ่านซังข้าวโพดและกิ่งไม้ที่เกิดควันน้อยมาก นำมาผลิตเป็นถ่านอัดแท่ง ซึ่งมีคุณสมบัติทนความร้อนสูง ใช้งานได้นานกว่าถ่านทั่วไป ซึ่งเป็นที่ต้องการในท้องตลาดอย่างมากในปัจจุบัน

นายชำนาญ กายประสิทธิ์ พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙ พื้นที่อำเภอพร้าว ถือเป็นจุดที่มี Hot Spot จำนวนค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาเศษวัสดุชีวมวลเหลือทิ้งในที่โล่ง เช่น ซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกิ่งไม้ใบไม้จากไร่สวนต่าง ๆ เป็นต้น สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ตระหนักถึงปัญหาและเล็งเห็นถึงศักยภาพของเศษวัสดุชีวมวลที่เหลือทิ้งว่า สามารถนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้กับชุมชนควบคู่ไปกับการลดปัญหาการเผาทิ้งในที่โล่งได้ โดยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ตระหนักถึงปัญหา และสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานในส่วนของการทำถ่านอัดแท่ง ทั้งเตาเผาถ่านชนิดลดควัน เครื่องบดย่อยป่นถ่าน เครื่องผสมถ่าน และเครื่องอัดแท่งถ่าน ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร สามารถใช้ในครัวเรือนและจำหน่าย อันเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้

นายกมล เรือนแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่แวน กล่าวว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่สนับสนุนให้ตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่งขึ้น ซึ่งพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่แวนถือเป็นกลุ่มชุมชนที่เข้มแข็งอยู่แล้ว พร้อมให้การสนับสนุนและความร่วมมือกับราชการ อีกทั้งชุมชนเองก็ได้ประโยชน์อย่างมากจากการเข้าร่วมโครงการ เพราะเดิมวัสดุการเกษตรเหลือทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นซังข้าวโพด และกิ่งไม้ต่าง ๆ ล้วนถือเป็นของไร้ค่า ส่วนใหญ่จะเผาทิ้ง กลายเป็นการสร้างมลพิษทางอากาศ แต่ปัจจุบันเศษวัสดุเหลือทิ้งเหล่านั้นถูกนำมาขายให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่ง สร้างรำยได้ต่อแรก หลังจากนั้นก็นำมาเผาโดยเตาเผาถ่านชนิดลดควัน เข้าสู่กระบวนการผลิตถ่านอัดแท่ง นำไปขายสร้างรายได้นำมาแบ่งกันในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่ง ถือเป็นความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์สองต่อ นอกจากจะลดหมอกควันแล้ว ยังสร้างรายได้เพิ่ม อันเป็นการสร้างอาชีพใหม่ ๆ ให้กับในชุมชนอีกด้วย

นายอำพล ไชยนุรักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่ง กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่ง เป็นต้นแบบการรวมกลุ่มสร้างงานสร้างอาชีพเสริมซึ่งเกิดจากการนำวัสดุที่คิดว่าไร้ค่าและการกำจัดยังสร้างปัญหามลพิษ มาสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่มหลังจากนั้นจึงนำคณะชมกระบวนการผลิตถ่าน พร้อมทั้งอธิบายให้ฟังว่า ในการเผาถ่านด้วยถัง ๒๐๐ ลิตร จำนวน ๑ ถัง นั้น ถ้าเป็นซังข้าวโพดก็จะใช้ประมาณ ๓๐ กิโลกรัม เผาประมาณ ๑ ชั่วโมง ได้เป็นถ่านออกมาประมาณ ๘–๑๐ กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นกิ่งไม้ เช่น กิ่งลำไย และกิ่งมะม่วง เป็นต้น ก็จะเผานานกว่าหน่อย แล้วแต่ขนาดไม้และความสุกของไม้ ถ้าเต็มถังก็จะได้ถ่านประมาณ ๑ ใน ๓ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่แวน จะเป็นกิ่งไม้มากกว่าซังข้าวโพดที่นำมำผลิตถ่านที่นี่ ส่วนในกระบวนการผลิตถ่านอัดแท่ง ก็จะนำถ่านที่เผาได้ มาเข้าเครื่องบดย่อยเพื่อป่นเป็นผง นำมาเข้าเครื่องผสมโดยส่วนผสมคือ น้ำ แป้งมัน และผงถ่าน จากนั้นก็จะนำไปเข้าเครื่องอัดเพื่อออกมาเป็นถ่านอัดแท่ง นำมาบรรจุถุงติดตราขายกิโลกรัมละประมาณ ๒๐ บาท เราลงแค่แรง ค่ำเศษวัสดุก็ไม่กี่บาทเพราะปกติเขาทิ้งอยู่แล้ว เครื่องมือก็ได้รับการสนับสนุนจากพลังงานร้านได้ จากนั้นก็มำแบ่งกัน นอกจากนั้นคือความภูมิใจที่สร้างเสริมรายได้ควบคู่กับการแก้ปัญหาหมอกควันที่ชุมชนมีส่วนก่อขึ้นด้วย

ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ – ถัดมาไม่ไกลจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านอัดแท่ง สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่เชิญคณะสื่อมวลชนมาเป็นสักขีพยานร่วมในพิธีส่งมอบระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรือนกระจกที่เพิ่งสร้างเสร็จ ให้ชุมชนกลุ่มสมุนไพรผักอินทรีย์

นายชำนาญ กายประสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานขยายผลเทคโนโลยีพลังงานชุมชนในส่วนของระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ในลักษณะงบอุดหนุน ๗๐:๓๐ โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่สนับสนุนงบประมาณในส่วนของพื้นคอนกรีต โรงอบ และระบบวงจรควบคุมทั้งหมด รวมทั้งสิ้น ๙๑,๐๐๐ บาท ส่วนอีกร้อยละ ๓๐ ที่เหลือ ได้แก่ ชั้นตากผลิตภัณฑ์ และป้าย นั้น องค์การบริหารส่งนตำบลแม่แวนช่วยสนับสนุนให้กับกลุ่ม โดยหวังที่จะช่วยเสริมให้กลุ่มเข้มแข็ง สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด สร้างรายได้ และสร้างอาชีพให้ชุมชนเข็มแข็งได้

ก่อนหน้านี้เกษตรกรส่วนใหญ่อบแห้งผลิตภัณฑ์โดยวิธีตากแดดตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนของฝุ่นละออง การรบกวนของแมลง และในฤดูฝนทำให้เปียกชื้น ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน และเสียหาย โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กเป็นหลังคาทรงโค้ง ผนังปิดทั้ง ๔ ด้าน ทำด้วยแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบใส ปูพื้นด้วยคอนกรีต ซึ่งแสงอาทิตย์จะส่งผ่านโพลีคาร์บอเนตได้ดี แต่จะป้องกันรังสีความร้อนที่แผ่ผ่านจากภายในโรงอบแห้งให้ผ่านออกมาได้น้อย ความร้อนส่วนใหญ่จึงถูกเก็บกักอยู่ภายในโรงอบ ทำให้ผลิตภัณฑ์ในโรงอบมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามหลักเรือนกระจก (Greenhouse Effect) จะมีระบบพัดลมดูดอากาศที่ใช้พลังงานโซล่าเซลล์เพื่อระบายความชื้นหรือน้ำจากผลิตภัณฑ์ที่อบแห้งไป โดยสามารถลดระยะเวลาในการตากผลิตภัณฑ์ได้ร้อยละ ๓๐-๖๐ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ความชื้นของผลิตภัณฑ์ และแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่าน ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี สะอาด และปลอดภัย เป็นที่ต้องการของตลาด

นายกมล เรือนแก้ว กล่าวถึงระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่สนับสนุนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่แวน ว่า กลุ่มสมุนไพรผักอินทรีย์ นำโดยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ เพิ่งเริ่มก่อตั้งขึ้น ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลเล็งเห็นว่า ในพื้นที่เรามีสมุนไพรอยู่มาก และมีการสนับสนุนให้ปลอดสารพิษโดยระบบเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งมีความประสงค์ที่จะต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นไป เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ และกลายเป็นอาชีพใหม่ให้กับชุมชน จึงตัดสินใจร่วมโครงการกับสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคิดว่า จะได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้งขณะนี้มีการบูรณาการโดยดึงหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาต่อยอดช่วยกลุ่มในกำรดำเนินกิจกรรม ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้มาให้ความรู้เรื่องการปลูกพืชอินทรีย์และการแปรรูปผลิตภัณฑ์โดยระบบอบแห้ง และกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทมาศึกษาวิธีการที่จะต่อยอดขึ้นไปอีก จึงถือได้ว่า ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์นี้ เป็นศูนย์กลางสำคัญประการหนึ่งหนึ่งในการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนแม่แวนต่อไป

นายประจันทร์ วรรณพรม ประธานกลุ่มสมุนไพรผักอินทรีย์ กล่าวว่า หมู่บ้านหมู่ที่ ๖ มีการปลูกพืชสมุนไพรเยอะ ก็พยายามรวมกลุ่ม คิดว่าน่าจะเป็นการสร้างอาชีพและสร้างรำยได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่มาสนับสนุนระบบอบแห้งซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังต้องการพอดี ก็จะเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกต่อไป

ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ บ้านแม่ตุงติง ช่วงบ่ายคณะสื่อมวลชนเดินทางไปยังโครงการฟำร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ บ้านแม่ตุงติง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ ซึ่งกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้โครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง

นายชำนาญ กายประสิทธิ์ กล่าวว่า ระหว่างปี ๒๕๕๗ – ปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยประสบปัญหาความแห้งแล้งอย่างหนัก น้ำทำการเกษตรแทบจะไม่มีเหลือ และน้ำอุปโภคบริโภคอยู่ในขั้นวิกฤติ กระทรวงพลังงานเล็งเห็นปัญหาตรงนี้และทราบว่า ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีการขุดเจาะน้ำบาดาลไว้หลายแห่ง แต่ปัญหาคือ การสูบน้ำขึ้นมาใช้เพราะบางแห่งไม่มีไฟฟ้า บางครั้งต้องใช้เครื่องยนต์น้ำมันดีเซลซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองใช้จ่ายและไม่สะดวก จึงจัดสรรงบประมาณจากกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี ๒๕๕๙ ดำเนินโครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง โดยเป็นการสนับสนุนการจัดทำระบบโซล่าเซลล์เพื่อการสูบน้ำ ถังเก็บน้ำ และระบบจ่ายน้ำ ให้กับชุมชนที่ต้องการและได้รับการรับรองว่า เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง รวมทั้งมีบ่อบาดาลที่เจาะโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุน จำนวน ๑๙ แห่ง บ้านแม่ตุงติงเป็นหนึ่งใน ๑๙ แห่ง ที่สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่สนับสนุน ถือเป็นการขยายการใช้พลังงานทดแทนที่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรและเพื่อการอุปโภคบริโภค ตามนโยบายรัฐบำล ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม เน้นการจัดรูปแบบพลังงานที่มีอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน เกิดความคุ้มค่ำ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน

พิพัฒน์ ศรีตะวัน รายงาน

Share.

About Author

ฝ่าย IT Support ดูแลและอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ๑๗๕/๙๐ หมู่ ๑ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๓๐๐ โทร 084-3672499 ติดต่อโฆษณา 083-8889011