เชิญร่วมพิธีอุทิศถวายสะเปาและถวายสลากภัตเป็นราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

เชียงใหม่ – คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญร่วม พิธีอุทิศถวายสะเปาและถวายสลากภัต เป็นราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙  โดยจัดเป็นรูปขบวนแห่สะเปา บรรจุเครื่องสูง เครื่องราชูปโภค เครื่องสักการะ และต้นสลากภัต จากหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านถนนนิมมานเหมินทร์ จนถึง วัดโพธารามมหาวิหาร พระอารามหลวง (วัดเจ็ดยอด) พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศัทธาออกโรงทาน ในวันเสาร์ที่ ๑๔ ตุลาคมที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ วัดโพธารามมหาวิหาร พระอารามหลวง (วัดเจ็ดยอด)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์เธียรชาย อักษรดิษฐ์ ผู้รับผิดชอบขบวนแห่ครั้งนี้กล่าวว่า จากการที่เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคมปีที่ผ่านมา ปวงชนชาวไทยมีการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ คือการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และในเดือนตุลาคมปีนี้ก็ครบรอบปีพอดี ดังนั้น คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ อันมีเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน มีดำริในการจัดพิธีนี้ขึ้นมาเพื่ออุทิศถวายแด่พระองค์ท่าน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญอีกวาระหนึ่ง

สะเปา คือเรือสำเภา เป็นความหมายเชิงสัญลักษณ์ หมายถึงการเดินทางเข้าสู่ภพภูมิที่ไกลโพ้น เป็นความหมายที่ดีงามสำหรับพุทธศาสนิกชน ซึ่งเป็นการเดินทางของชีวิตหลังจากวายชนม์แล้ว ในพุทธศาสนาจึงเป็นการเดินทางครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปสู่ภพภูมิ ดังนั้น จึงต้องมีการจัดสร้างและสะสมบุญมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน อันจะเป็นพาหนะที่จะหนุนนำทำให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่สูงส่งตามที่ตนปรารถนา หรือที่ตนสะสมบารมีไว้  สิ่งนี้จึงเป็นคติความเชื่อทางพุทธศาสนาโดยเฉพาะสายล้านนา ซึ่งคำนึงถึงการที่จะอุทิศบุญกุศลให้กับผู้วายชนม์ และมีการสร้างเป็นสัญลักษณ์แทนพาหนะในการเดินทางไกล โดยจะเป็นการเดินทางทางน้ำ หรือทางอากาศก็ได้ แต่ต้องมีพาหนะนำไป

สะเปา จึงถูกสร้างขึ้นเป็นรูปสัญลักษณ์แทนเรือสำเภา ภายในบรรจุข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคต่าง ๆ โดยอาจเปรียบได้กับพิธีกงเต็กของวัฒนธรรมจีนก็ได้เพราะใช้แนวคิดคล้ายกัน เช่นเดียวกับพุทธศาสนาสายมหายานที่มีการจำลองสิ่งของต่าง ๆ เพื่อทำบุญให้กับผู้วายชนม์ เช่น ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า และเครื่องใช้คล้ายกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นต้น  ดังเห็นได้จากข่าวในพระราชสำนักช่วงหนึ่งก็จะมีการจัดพิธีกงเต็กถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ด้วย แต่เมื่อเป็นวัฒนธรรมล้านนาจึงใช้แนวคิดเดียวกัน กอร์ปกับระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี ชาวล้านนาก็จะเป็นช่วงถวายสลากภัตด้วย  ดังนั้น สองงานจึงมาบรรจบกันในครั้งนี้

คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับผิดชอบดูแลเรื่องสะเปา ซึ่งจัดทำขึ้น ๒ ลำ ด้วยกัน ลำแรกทำด้วยไม้จริงในรูปแบบเป็นทางการพร้อมประดับตกแต่งสวยงาม และเมื่อจัดพิธีเสร็จแล้ว สะเปาลำนี้ก็จะประดิษฐานไว้เป็นอนุสรณ์ ณ วัดโพธารามมหาวิหาร พระอารามหลวง (วัดเจ็ดยอด) ส่วนอีกลำหนึ่ง คณะวิจิตรศิลป์สร้างเป็นสะเปาไม้ไผ่ มีการบรรจุข้าวของเครื่องใช้แบบพื้นเมือง ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมประดับตกแต่งสวยงาม ซึ่งคณะวิจิตรศิลป์ลงมือทำแล้ว โดย อาจารย์ดอกเตอร์สืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ เป็นผู้ออกแบบสะเปา สะเปาลำนี้มีขนาด ๒x๔ เมตร สูง ๓ เมตร ซึ่งจำเป็นต้องใช้กำลังคนในการแบกโดยได้รับความร่วมมือจากกำลังทหารที่มาร่วมขบวนยกเสลี่ยงเครื่องสักการะและต้นสลากคัวตานที่จะไปเข้าร่วมงานพิธี พร้อมทั้งบุคลากรและนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ และคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กว่า ๒๐๐ คน มีการฟ้อนเล็บนำหน้าขบวน ซึ่งเป็นแบบแผนของธรรมเนียมล้านนาที่มาอิงกับวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จะอุทิศถวายแด่พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย จึงนับว่า เป็นความยิ่งใหญ่แบบวัฒนธรรมล้านนาที่จะทำให้ขบวนมีความสมพระเกียรติ

ในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ ๑๔ ตุลาคมที่จะถึงนี้ ริ้วขบวนจะเริ่มตั้งขบวนที่หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ก็จะแห่ไปตามเส้นทางถนนนิมมานเหมินท์ ผ่านสี่แยกรินคำ จนถึงวัดเจ็ดยอด ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่สวยงามในรูปแบบวิจิตรศิลป์  ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑ ชั่วโมง  ดังนั้นระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ก็จะมีการปิดเส้นทางสัญจรตั้งแต่แยกสาธารณะสุข ถนนนิมมานเหมินท์ แยกรินคำ ไปจนถึงวัดเจ็ดยอด

ผู้ที่ต้องการร่วมทำบุญในพิธีนี้ รวมถึงการออกโรงทาน สามารถติดต่อสอบถามไปยังไปที่วัดโพธารามมหาวิหาร พระอารามหลวง (วัดเจ็ดยอด) โดยช่วงเช้าหลังจากขบวนแห่งไปถึงวัดแล้วก็จะเป็นพิธีสงฆ์ ส่วนพิธีถวายสะเปาและถวายสลากภัตก็จะเริ่มในช่วงบ่าย นอกจากนั้น ยังมีมหกรรมปอยหลวง มหรสพ และซอพื้นเมืองเรื่องพระราชประวัติและพระราชกรณีกิจ โดยความร่วมมือของชมรมขับขานซอพื้นเมืองล้านนา ส่วนการแต่งกาย นั้น เนื่องจากยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ และเป็นงานบุญ คณะกรรมการจัดงานจึงมีมติสมควรให้เป็นชุดพื้นเมืองสีขาว หรือถ้าเป็นสีสุภาพก็ควรมีแถบริบบิ้นสีดำติดด้วย

จึงบอกบุญมายังผู้มีจิตศรัทธา พุทธศาสนิกชน และพสกนิกรชาวไทยทุกท่านที่มีใจอันเป็นกุศลให้ไปร่วมในพิธีครั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. ๐๕๓ ๙๔๔๘๐๕ และดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/FINEARTSCMU

พิพัฒน์ ศรีตะวัน รายงาน

 

Share.

About Author

ฝ่าย IT Support ดูแลและอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ๑๗๕/๙๐ หมู่ ๑ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๓๐๐ โทร 084-3672499 ติดต่อโฆษณา 083-8889011