คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปลูกถ่ายตับในการรักษาผู้ป่วยโรคตับได้สำเร็จ

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาการปลูกถ่ายตับในการรักษาผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้าย โรคตับวายเฉียบพลันรุนแรง และโรคมะเร็งตับ ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ ช่วยผู้ป่วยให้กลับมามีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันวิวัฒนาการของการปลูกถ่ายตับพัฒนาแพร่หลายไปอย่างมาก อัตราการอยู่รอดหลังผ่าตัดโดยเฉลี่ยในระยะ ๕ ปี มีมากกว่าร้อยละ ๘๐ และมีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดลดลง

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคมที่ผ่านมา ณ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สัณหวิชญ์ จันทร์รังสี อาจารย์ประจำหน่วยศัลยกรรมระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยในงานแถลงข่าวประจำปีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า ปัจจุบันการแพทย์ของประเทศไทยมีพัฒนาการก้าวไกลเทียบเท่านานาอารยประเทศ โดยเฉพาะการให้การรักษาผู้ป่วยโรคตับ การปลูกถ่ายตับ ซึ่งถือว่า เป็นทางเลือกสุดท้ายของการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะตับวาย ผู้ป่วยหลายรายรอดชีวิต และสามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้อีกครั้ง การปลูกถ่ายตับจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง และเสียสละจากทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้บริจาคอวัยวะ ผู้ป่วยและครอบครัว ทีมบุคลากรทางการแพทย์สาขาวิชาชีพที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ ได้แก่ ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายตับ วิสัญญีแพทย์ปลูกถ่ายตับ อายุรแพทย์โรคตับ อายุรแพทย์โรคไต กุมารแพทย์โรคตับ และรังสีแพทย์ ร่วมให้การรักษา มีการใช้องค์ความรู้ และเทคโนโลยีมากมายในการดูแล ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ขณะผ่าตัด และหลังผ่าตัด

การผ่าตัดปลูกถ่ายตับคือ การผ่าตัดเอาตับเดิมออก แล้วเปลี่ยนตับใหม่แทน โดยตับใหม่ได้มาจาก ๒ วิธี ได้แก่ วิธีแรก เมื่อได้รับบริจาคตับจากผู้ป่วยสมองตาย ซึ่งปัจจุบันอัตราผู้บริจาคอวัยวะมีน้อย ผู้ป่วยตับวายระยะสุดท้ายจึงเสียชีวิตไปในระหว่างรอรับบริจาคตับเป็นจำนวนมาก และวิธีที่สอง รับบริจาคอวัยวะจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต ได้แก่ บุคคลภายในครอบครัว ญาติพี่น้องที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด และคู่สมรส อันจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการรออวัยวะของผู้รับบริจาคและลดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดลงได้มาก เนื่องจากผู้รับบริจาคอวัยวะสามารถได้ตับมาเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่งอกได้ หากตับถูกตัดออกก็จะค่อย ๆ งอกขึ้นเป็นปกติ โดยทั่วไปแล้วในหนึ่งคนสามารถตัดตับออกไปได้ร้อยละ ๖๐ และอีกร้อยละ ๔๐ สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตให้แก่ผู้ป่วยผู้ใหญ่ (Adult to Adult living donor liver transplantation) โดยมีจำนวนการผ่าตัดมากถึง ๑๕ ราย ซึ่งเป็นจำนวนการผ่าตัดปลูกถ่ายตับที่มากที่สุดในประเทศไทย

นายทศพล ศรีบาล ผู้บริจาคตับให้มารดา กล่าวว่า คุณแม่ป่วยเป็นโรคตับแข็งระยะเวลาประมาณ ๑๐ ปี สาเหตุเกิดจากโรคไวรัสบี อาการเริ่มแรกคือ มีอาการไข้ขึ้นและนอนซึม เลยพาคุณแม่มาโรงพยาบาล จึงทำให้ทราบว่า คุณแม่ติดเชื้อในกระแสเลือด และเป็นโรคตับแข็ง คุณหมอพูดคุยกับครอบครัวว่า คุณแม่จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายตับ เพราะเป็นทางเลือกสุดท้าย หากไม่เปลี่ยน อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงปี ตอนแรกผมก็ตกใจ แต่คุณหมอให้ข้อมูลและแจ้งลำดับขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด ผมจึงทำความเข้าใจเรื่องการปลูกถ่ายตับ โดยสิ่งสำคัญในการผ่าตัดนั้นคือ ห้ามติดเชื้อ ถ้าสามารถผ่านขั้นตอนนี้ได้ก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและแข็งแรงเหมือนเดิม นอกจากนี้ผมมีความเชื่อมั่นในโรงพยาบาลสวนดอก เพราะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่มีอาจารย์แพทย์ผู้มีความรู้ มีความชำนาญเกี่ยวกับการผ่าตัดเป็นอย่างดี และยังมีตัวอย่างการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอีกด้วย

ผมมีความผูกพันกับคุณแม่มาก ความรู้สึกของคนเป็นลูกอย่างผมก็อยากให้มีอายุยืนยาว เราไม่อยากให้คุณแม่เจ็บป่วย ถ้ามีโอกาสได้ทำเพื่อท่าน ขอแค่ได้รู้ว่า แม่จะยังอยู่กับเราในวันต่อ ๆ ไป ผมเองก็จะสู้ และคุณแม่มีกำลังใจดี ผมโชคดีที่สามารถบริจาคตับให้คุณแม่ได้สำเร็จ ทำให้ไม่ต้องรอรับบริจาค ซึ่งระหว่างรอการบริจาคอวัยวะ ต้องรอเวลา โอกาสที่จะเสียชีวิตจึงสูงมาก สุดท้าย ผมอยากจะฝากถึงหลายท่าน การบริจาคอวัยวะภายใน หรืออวัยวะตับ มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย เพราะเป็นการต่อชีวิตให้เขา และเป็นบุญกุศล อีกประการหนึ่งคือ อวัยวะตับที่เราบริจาคไปจะยังคงทำงานเป็นปกติ และจะสามารถเติบโตและสร้างขึ้นใหม่ได้ ถือว่าเ ป็นการให้ชีวิตและเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งครับ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญชวนทุกท่าน ร่วมบริจาคอวัยวะแก่เพื่อนมนุษย์ เพื่อต่อชีวิตต่อลมหายใจของผู้ป่วยที่รอความหวัง ถือว่า เป็นทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ และเป็นที่สุดแห่งการให้ครั้งสุดท้ายของชีวิต ผู้สนใจติดต่อได้ที่ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาติไทย โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๕๓ ๙๓๖๔๑๓ และ ๐๙๑ ๘๕๑๓๓๙๑

พิพัฒน์ ศรีตะวัน ภาพ/ข่าว

Share.

About Author

ฝ่าย IT Support ดูแลและอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ๑๗๕/๙๐ หมู่ ๑ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๓๐๐ โทร 084-3672499 ติดต่อโฆษณา 083-8889011