ภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือ ไตรมาส ๑ ปี ๒๕๖๑

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จัดแถลงข่าวเรื่อง ภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือ ไตรมาส ๑ ปี ๒๕๖๑ โดยมีสื่อมวลชนร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

    

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายังมีแรงส่งจากการเติบโตของอุปสงค์ในประเทศขณะที่นโยบายการค้าอาจสร้างความกังวล เศรษฐกิจยูโรโซนมีการเติบโตดีพร้อมความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดลง เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องแม้มีทิศทางชะลอลง เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการฟื้นตัวจากการบริโภคภาคเอกชนที่กลับมาดีขึ้น และเศรษฐกิจเอเชียไม่รวมจีนมีการขยายตัวดีต่อเนื่อง ธนาคารกลางส่วนใหญ่คงนโยบายการเงินผ่อนคลาย ECB 0% / BOJ -0.1% / BOE 0.5% ทั้งนี้ FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.50-1.75%

เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยวเติบโตดี ภาคการส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภคขยายตัว ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตามการผลิตเพื่อการส่งออกและเพื่อรองรับอุปสงค์ในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากรายจ่ายประจำ การลงทุนหดตัวเล็กน้อย เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง และอัตราว่างงานปรับลดลงเล็กน้อย

เศรษฐกิจภาคเหนือ มีการขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยการท่องเที่ยวดีต่อเนื่องตามเศรษฐกิจโลก ภาคเกษตรขยายตัวต่อเนื่อง กำลังซื้อฟื้นตัวช้า และแรงสนับสนุนจากภาครัฐบาลลดลง

การท่องเที่ยว ดีต่อเนื่องตามเศรษฐกิจโลก นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีจำนวน ๓๔๗,๐๖๕ คน โดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ ๑๗.๕ เป็นนักท่องเที่ยวจีนร้อยละ ๖๒ (+๑๒.๙%) นักท่องเที่ยวเกาหลีร้อยละ ๙ (+๓๙.๖%) นักท่องเที่ยวมาเลเซียร้อยละ ๕ (-๒๐.๖%) นักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริการ้อยละ ๔ (๒๐.๘%) และนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ร้อยละ ๑๙ (๔๔.๓%) ส่วนจำนวนผู้โดยสารที่ผ่านท่าอากาศในภาคเหนือ รวมเข้า-ออก นั้น มีจำนวน ๓,๙๖๐,๙๑๔ คน มีอัตราการเติบโตร้อยละ ๑๐.๒

ภาคเกษตร ขยายตัวต่อเนื่อง ภาคการผลิตดีขึ้น ส่งผลให้การนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออก ผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๗.๒ และราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๓ ส่งผลให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๒.๒ ในขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวตามวัตถุดิบภาคเกษตรที่ดีต่อเนื่องและการส่งออกที่เติบโตตามเศรษฐกิจโลก โดยมีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘.๙ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนอยู่ในระดับทรงตัวแม้ด้านการผลิตจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตามโดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีมูลค่านำเข้าเครื่องจักรเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๖ และการก่อสร้างทรงตัวระดับต่ำซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์แม้ที่อยู่อาศัยที่เหลือขายสะสมในตลาดเริ่มลดลงแต่ยังคงมีเหลืออยู่มากในตลาดโดยที่อยู่อาศัยแนวราบในจังหวัดเชียงใหม่เหลือขายสะสมำนวน ๗,๑๗๗ หน่วย (ลงลดร้อยละ ๔) และห้องชุดในจังหวัดเชียงใหม่เหลือขายสะสมจำนวน ๒,๒๕๗ หน่วย (ลดลงร้อยละ ๒๗)

กำลังซื้อ ฟื้นตัวช้า จากการจ้างงานทรงตัว หนี้ภาคเกษตรกรยังสูง ส่งผลให้การใช้จ่ายกระจุกตัวในบางสินค้าเท่านั้น สะท้อนในเงินเฟ้อที่ขยายตัวต่ำ อัตราการว่างงานร้อยละ ๑.๑ ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ยอดค้างสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕.๔ ซึ่งสะท้อนภาระการชำระหนี้ของภาคเกษตรที่ยังอยู่ในระดับสูง ในขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภคของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒.๖ ส่วนการใช้จ่ายภาคเอกชนก็ยังกระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มสินค้า โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมีจำนวน ๒๐,๖๒๐ คัน เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ ๒๐.๙ ในขณะที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์มีจำนวน ๑๑,๑๓๕ คัน ลดลงคิดเป็นร้อยละ ๓.๖ ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์มีตำนวน ๗๔,๓๒๑ คัน ลดลงคิดเป็นร้อยละ ๐.๙ และสินค้าในชีวิตประจำวันโดยรวมมีการใช้จ่ายลดลงร้อยละ ๖.๑ โดยการใช้จ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบลดลงร้อยละ ๑๘.๖ ในขณะที่การใช้จ่ายเครื่องประทินโฉมเพืิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๘ การใช้จ่ายขนมขบเคี้ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ และการใช้จ่าายของใช้ในบ้านเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕.๒ อนึ่ง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ ๐.๓ โดยอาหารสดลดลงร้อยละ ๒.๑ ในขณะที่พลังงานเพิ่มขึ้นร้อย ๒.๗

แรงสนับสนุนจากภาครัฐ ลดลง แม้งบประมาณสะสมในปี ๒๕๖๑ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๓ ก็ตาม อัตราเบิกจ่ายรวมและรายจ่ายลงทุนสะสมทำได้ต่ำกว่าปีก่อนโดยอัตราเบิกจ่ายรวมอยู่ที่ร้อยละ ๕๖ และอัตราเบิกจ่ายลงทุนอยู่ที่ร้อยละ ๔๔.๖ เม็ดเงินการเบิกจ่ายยังลดลงร้อยละ ๒.๒ และโดยเฉพาะปัญหาของโครงการก่อสร้างถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจากการขอใช้พื้นที่ การเปลี่ยนแปลงโครงการ รูปแบบ และสเปค และการที่บุคลากรในบางหน่วยงานยังขาดความชำนาญในเรื่องพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างใหม่

อนึ่ง ปัจจัยสนับสนุนและความท้าทายในระยะต่อไปของเศรษฐกิจภาคเหนือ มีดังนี้

ปัจจัยสนับสนุน เศรษฐกิจโลกดีต่อการท่องเที่ยวและการผลิตเพื่อส่งออกมีแนวโน้มดี และผลผลิตเกษตรสำคัญเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย

ความท้าทาย การผลักดัน Mega Project ให้เป็นรูปธรรม ราคาสินค้าเกษตร และภาระหนี่ครัวเรือนเกษตร

พิพัฒน์ ศรีตะวัน ภาพ/ข่าว

 

Share.

About Author

ฝ่าย IT Support ดูแลและอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ๑๗๕/๙๐ หมู่ ๑ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๓๐๐ โทร 084-3672499 ติดต่อโฆษณา 083-8889011